วัดพงอึนซา
ภาพถ่ายสถานที่
ประวัติศาสตร์และความสำคัญ
วัดพงอึนซาก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 794 ช่วงปลายอาณาจักรชิลลา รัชกาลกษัตริย์วอนซอง โดยพระอาจารย์ยออนฮเว (연회국사) ขุนนางเชื้อพระวงศ์ที่ออกบวช วัดมีชื่อเดิมว่า "กยอนซองซา" (견성사) แปลว่า "วัดแห่งการเห็นพุทธธรรม" และตั้งอยู่ในพื้นที่กังนัมซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นชนบทห่างไกล
ในปี ค.ศ. 1498 พระราชินีจองฮยอน (정현왕후) แห่งราชวงศ์โชซอนทรงบูรณะวัดใหม่ทั้งหมด ต่อมาในปี ค.ศ. 1551 พระราชินีมุนจอง (문정왕후) ทรงยกสถานะวัดพงอึนซาขึ้นเป็นศูนย์กลางนิกายเซน (선종) และฟื้นฟูระบบสอบพระสงฆ์ (승과) ที่ถูกยุบไปกว่า 100 ปีตั้งแต่ต้นโชซอน โดยมีพระอาจารย์บู (보우) เป็นแกนนำการฟื้นฟูพุทธศาสนา ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์พุทธศาสนาที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลีช่วงกลางโชซอน
ในยุคจักรวรรดิเกาหลี (ค.ศ. 1902) วัดพงอึนซาได้รับการแต่งตั้งเป็นหนึ่งใน 14 อารามหลักของประเทศ และในยุคญี่ปุ่นปกครองได้ทำหน้าที่บริหารดูแลวัดสาขาอีกกว่า 80 แห่ง พระพุทธรูปมิรึกแดบุล (미륵대불) ขนาด 23 เมตรซึ่งเป็นพระพุทธรูปหินที่สูงที่สุดในเกาหลีใต้ สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1986–1996 โดยพระอาจารย์ยองอัม (영암스님) มีผู้ศรัทธากว่า 10,000 คนร่วมบริจาคสร้าง
วิธีขอพรทีละขั้น
เข้าประตูวัด 일주문
일주문เดินเข้าทางประตู 일주문 (อิลจูมุน) ค่อยๆ เดินเข้าด้วยจิตใจสงบ ไม่ต้องถอดรองเท้าที่บริเวณประตู
ไหว้ที่อุโบสถหลัก 대웅전
대웅전ตรงไปที่ 대웅전 (แดอุงจอน) ถอดรองเท้าก่อนเข้า โค้งคำนับ 3 ครั้ง (삼배/ซัมแบ) ต่อหน้าพระประธาน ระหว่างโค้งตั้งจิตอธิษฐานในใจ
ไหว้พระ 미륵대불 (มิรึกแดบุล)
미륵대불เดินไปที่ 미륵대불 พระพุทธรูปหินยักษ์ 23 เมตรกลางวัด (สร้างปี 1986–1996 โดยพระอาจารย์ยองอัม) ยืนตรงหน้าพระ โค้ง 3 ครั้ง ตั้งจิตอธิษฐาน
ซื้อกระดาษอธิษฐาน 소원지
소원지ที่ร้านในวัดซื้อ 소원지 (โซวอนจิ) กระดาษสำหรับเขียนความปรารถนา ผูกไว้บนราวที่วัดจัดไว้ เขียนเป็นภาษาไทย อังกฤษ หรือเกาหลีก็ได้
ชมร้านขายของในวัด 불교용품점
불교용품점หลังไหว้เสร็จแล้วค่อยช้อปปิ้งที่ร้านขายของวัด มีเครื่องรางหลายประเภท ทั้งพวงกุญแจ 부적 สายประคำ ราคาเริ่มต้น ~3,000 วอน


