วัดโชเกซา
ภาพถ่ายสถานที่
ประวัติศาสตร์และความสำคัญ
วัดโชเกซาก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1910 ในชื่อ "กากฮวางซา" (각황사) บนพื้นที่ย่านจงโน ใจกลางกรุงโซล ช่วงยุคญี่ปุ่นปกครองวัดถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "แทโกซา" (태고사) และในปี ค.ศ. 1954 ภายหลังการเคลื่อนไหวชำระพุทธศาสนา (정화운동) ที่แยกพุทธศาสนาเกาหลีออกจากอิทธิพลญี่ปุ่น จึงได้รับชื่อ "โชเกซา" ตามชื่อนิกายโชเก (조계종)
ปัจจุบันวัดโชเกซาเป็นสำนักงานใหญ่ของนิกายโชเก (조계종) ซึ่งเป็นนิกายพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ดูแลวัดสาขากว่า 3,100 แห่งและพระสงฆ์ประมาณ 13,000 รูปทั่วประเทศ อาคาร 대웅전 สร้างด้วยไม้สนจากเขาแพกดู (백두산) เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ปลายโชซอนที่งดงาม ภายในประดิษฐานพระศากยมุนี พระอมิตาภ และพระไภษัชยคุรุ
ต้นสนขาว (천연기념물 제9호) ในบริเวณวัดมีอายุกว่า 500 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติธรรมชาติของชาติ ส่วนเทศกาล 연등회 (Lotus Lantern Festival) ที่จัดทุกปีช่วงวันประสูติพระพุทธเจ้า (ปลาย เม.ย.–ต้น พ.ค.) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น UNESCO Intangible Cultural Heritage of Humanity ในปี ค.ศ. 2020
วิธีขอพรทีละขั้น
เข้าประตูและผ่านหอระฆัง
일주문วัดโชเกซาอยู่ใจกลางเมือง ทางเข้ามีป้ายหลายภาษา เดินผ่านประตูช้าๆ เพื่อเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ไหว้ที่อุโบสถหลัก 대웅전
대웅전대웅전 ของวัดโชเกซาสร้างด้วยไม้สนจากเขาแพกดู สถาปัตยกรรมสวยงามสมัยปลายโชซอน ถอดรองเท้าก่อนเข้า โค้ง 3 ครั้ง (삼배) ต่อหน้าพระประธาน
ชมหอระฆัง 범종루 และต้นสนอายุ 500 ปี
범종루วัดโชเกซามีต้นสนขาว (천연기념물 제9호 — สมบัติธรรมชาติของชาติ) อายุกว่า 500 ปีในบริเวณวัด หอระฆัง 범종루 เป็นอาคารสถาปัตยกรรมเกาหลีที่สวยงาม
เขียนความปรารถนาลงบนกระดาษอธิษฐาน 소원지
소원지ที่วัดโชเกซามีจุดเขียน 소원지 เขียนชื่อและความปรารถนา ผูกไว้บนเชือกที่วัดจัดไว้ ช่วงเทศกาล 연등회 จะมีโคมไฟแขวนสวยงามทั่ววัด
เดินชมสวนดอกบัวและต้นไม้เก่าแก่
연꽃 정원ด้านข้างวัดมีสระบัวและต้นสนอายุกว่า 500 ปี บรรยากาศสงบโดยเฉพาะช่วงเช้า


